อย่าลืม…ผู้เอาประกันภัยรายย่อย

ประชากรกลุ่มคนชั้นกลาง มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย เช่น บ้าน รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยต้องมีการตื่นตัวเร่งออกมารองรับความต้องการ

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 2,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก
ข้อมูล : http://www.todayinsure.com/index.php?content_id=344

ความเสียหายจากอุทกภัยในเวลานี้ ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่ผู้เสียหายรายใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งที่ขณะนี้จมน้ำ โดยพร้อมเพรียงกันไปแล้ว ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายเกินกว่า 1 แสนล้านแน่นอน

แต่กระนั้นความเสียหายของประชาชนตาดำๆ ที่เรียกกันว่า ผู้เสียหายรายย่อยแทบไม่มีการพูดถึง ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือคปภ. เปิดเผยข้อมูล ณ 19 สิงหาคม 2554 พบว่า 9 จังหวัดที่เผชิญกับภาวะน้ำท่วม มีการทำประกันภัยของลูกค้ารายย่อยรวม 48,087 กรมธรรม์ คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันทั้งสิ้น 56,471,559,117 บาท มากที่สุด คือ จังหวัดปทุมธานี 22,015 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 17,949,611,056 บาท รองลงมาได้แก่ นนทบุรี 13,645 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 29,830,960,680 บาท, สระบุรี 6,929 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 4,553,411,829 บาท, สิงห์บุรี 2,530 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 1,778,110,285 บาท, อยุธยา 1,319 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 1,130,773,883 บาท, อุทัยธานี 628 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 323,515,600 บาท, ลพบุรี 483 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 328,981,476 บาท, นครสวรรค์ 450 กรมธรรม์ เป็นเงินเอาประกันรวม 477,817,008 บาท และชัยนาท 88 กรมธรรม์ เป็นเงิน เอาประกันรวม 98,377,300 บาท

ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้ มีการแจ้งความเสียหายแล้วแค่ 3,694 ราย เป็นสินไหมทดแทนรวม 1,249,812,477 บาท แบ่งเป็นความเสียหายต่อรถยนต์ 1,191 ราย คิดเป็นสินไหม 91,499,359 บาท, ความเสียหายต่อทรัพย์สิน 2,463 ราย เป็นสินไหม 1,147,522,015 บาท และความเสียหายต่อชีวิต 40 ราย คิดเป็นสินไหม 10,791,103 บาท

ข้อมูลนี้ดูเหมือนว่าทางประกันชีวิต จะดำเนินการจ่ายสินไหมให้กับทั้ง 40 รายเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ฝั่งประกันวินาศภัย ที่ไม่ได้แจ้งว่าจ่ายกันไปหมดหรือยัง ถ้าอย่างไรก็อย่าลืมซับน้ำตาผู้เอาประกันภัยรายย่อยเหล่านี้โดยเร็วไว ให้เท่าเทียมรายใหญ่ เพราะทุกคนต่างก็เป็นผู้ประสบภัยเหมือนกัน และเป็นฐานลูกค้าสำคัญที่ช่วยกระจายความเสี่ยง ที่ทุกบริษัทต้องการ มีประชากรรวมกันกว่า 2,000 ล้านคนจากประชากรทั้งหมดในโลก 7,000 กว่าล้านคน

เมื่อจีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น จำนวนแรงงานเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับประชากรกลุ่มคนชั้นกลาง กำลังในการจับจ่ายใช้สอยทรัพย์สินต่างๆ เช่น บ้าน รถยนต์ จะมีมากขึ้น ขณะที่ประชากรวัยเกษียณจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากเป็น 1 ใน 4 ของโลกในอีก 15 ปีข้างหน้านี้ คนกลุ่มนี้มีความต้องการออมเพิ่มมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ประกันภัยต้องมีการตื่นตัว เร่งสร้างออกมาให้มากขึ้นรองรับความต้องการของคนกลุ่มนี้

เป็นภาพที่มองไว้ธุรกิจประกันภัย จะเข้าไปฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของจีดีพี ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจได้อย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันหามาตรการ เมื่อจีดีพีโลกและเอเชียโต ไม่มีเหตุผลว่าทำไมประกันภัยจะไม่โต เราให้เวลาภาคธุรกิจทำการบ้าน 1 เดือน หลังจากนั้นจะมาคุยกันในเชิงลึก เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ คนมองประกันภัย มองความเข้มแข็งของผู้ให้บริการ โดยเฉพาะด้านเคลม หากร่วมมือพัฒนาธุรกิจประกันภัยได้ เป้าหมายสัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อจีดีพี 6% ในปี 2557 ไม่ไกลเกินเอื้อม ประกันภัยมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ช่วยป้องกันความเสี่ยงภัย รับและถ่ายโอนความเสี่ยง ที่มีต้นทุนต่ำสุดเทียบมูลค่าทรัพย์สิน

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.