เบี้ยประกันภัยน้ำท่วมขึ้น100% ‘รีอินชัวเรอส์’ เอาแน่

นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งถูกน้ำท่วม ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะการทำประกันภัยทรัพย์สิน

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 2,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก
ข้อมูล : http://www.todayinsure.com/index.php?content_id=341

สถานการณ์น้ำท่วมหนักที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอย่างมาก ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบถ้วนหน้าเช่นเดียวกับประกันภัย โดยเฉพาะประกันวินาศภัยที่คาดการณ์กันว่า ค่าเสียหายจากชีวิต ร่างกายของประชาชน รวมไปถึงทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้มีการทำประกันภัยไว้จะมีมูลค่ามากกว่าทุกครั้ง หนักที่สุดคือประกันภัยทรัพย์สิน เพราะครั้งนี้มีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งถูกน้ำท่วม เช่นเดียวกับย่านเศรษฐกิจหลายแห่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะการทำประกันภัยทรัพย์สินที่มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วม เป็นต้น

น้ำท่วมครั้งนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อธุรกิจประกันภัยอย่างแรกคือ กรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risk : IAR) ที่คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด เบี้ยประกันภัยในส่วนภัยธรรมชาติจะปรับขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว อีกทั้งยังจะมีการแยกภัยธรรมชาติออกมาคิดเบี้ยประกันภัยต่างหาก จากเดิมที่คิดรวมกันทุกภัยอยู่ในกรมธรรม์ IAR ฉบับเดียว และบางครั้งแถมประกันน้ำท่วมให้ฟรี แต่ต่อไปไม่ใช่เบี้ยประกันภัยธรรมชาติ จะแพงกว่าเบี้ยประกันภัย IAR ทั้งฉบับด้วยซ้ำ

ขณะที่ประกันภัยทรัพย์สินอื่นๆ ที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วม อัตราเบี้ยประกันภัยจะปรับขึ้นมากเช่นกัน ต้องปรับพิกัดเบี้ยประกันภัย (ทาร์ริฟ) เนื่องจากของเดิมมีไฟไหม้อย่างเดียว เพราะภัยจากน้ำเสี่ยงสูงมากในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ไทยเจอน้ำท่วมหนัก 4 ครั้งแล้ว ความถี่ในการเกิดมีมากขึ้น และความเสียหายกินวงกว้างควบคุมยาก

ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ อย่างน้ำท่วมจะเปลี่ยนไปไม่มีบริษัทไหนให้ความคุ้มครองเต็มทุนประกันภัย เพราะไม่มีกำลังที่จะรับเสี่ยงภัย (Capacity) จะมีการจำกัดวงเงินความรับผิดสูงสุดต่อ 1 ภัย (Sub Limit) เช่น ทุนประกันอัคคีภัย 100 บาท จะคุ้มครองน้ำท่วมแค่ 10-20% เป็นต้น จากเดิมคุ้มครองเต็มทุน เนื่องจากภัยจากน้ำท่วมร้ายแรงกว่าไฟ เวลาไฟไหม้ควบคุมได้แค่ 1-2 ตึก ขณะที่น้ำท่วมเกิดทั้งประเทศไม่สามารถควบคุมได้ อีกทั้งไทยเป็นประเทศปลายน้ำก่อนลงทะเลรอรับจากน้ำจากประเทศอื่น

ส่วนที่หนักสุดคือ โรง งานอุตสาหกรรม นิคมฯต่างๆ ซึ่งมีความเสียหายมาก อาทิ สต็อกสินค้าเครื่องจักร เป็นต้น จะมีผลกระทบมากเพราะทุนประกันภัยสูง บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศที่รับประกันต่อจากบริษัทประกันภัยในไทย ต้องจ่ายสินไหมทดแทนมาก ผลที่ตามมาจะทำให้ตลาดประกันภัยในประเทศ เกิดการปรับเปลี่ยนทั้งเบี้ยและเงื่อนไขความคุ้มครอง มีข้อจำกัดความรับผิดภัยน้ำท่วมมากขึ้น ซึ่งการจำกัดความรับผิดของรีอินชัวเรอส์ จะสะเทือนตลาดประกันภัยของไทย บริษัทในไทยรับประกันได้น้อยลง ผู้เอาประกันต้องรับความเสี่ยงเองมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลเองต้องคุยกันจริงจังมากขึ้น ถึงการจัดตั้งกองทุนมหันตภัยแห่งชาติ

“เบี้ยภัยธรรมชาติทั้งระบบจะถูกปรับขึ้นเป็น 100% เพราะถ้าไม่ขึ้นเบี้ยก็ไม่พอกับความเสี่ยง ปลายปีนี้รีอินชัวเรอส์ขึ้นแน่ จากแต่ก่อนยังชะลออยู่ เพราะน้ำท่วมปีนี้เป็นแนวโน้มชัดเจน เป็นภัยที่แน่นอนที่ไทยต้องเจอ รีอินชัวเรอส์เจอทั้งภัยธรรมชาติต่างประเทศ และในบ้านเรามีภาระตั้งสำรอง เพื่อความเสี่ยงภัยสูงขึ้น การตั้งสำรองเป็นหนี้สิน

น้ำท่วมครั้งนี้กระทบกับเงินกองทุนของธุรกิจประกันวินาศภัย บริษัทที่รับประกันภัยรถยนต์ต้องจ่ายสินไหมทดแทนครั้งเดียวจำนวนมาก อาจจะกระทบสภาพคล่องแต่ช่วงสั้นๆ ต้องมีการตั้งสำรอง IBNR มากขึ้น แต่ผลกระทบไม่มาก เพราะบริษัทส่วนใหญ่มีเงินกองทุนเกินเกณฑ์ RBC ขณะที่รีอินชัวเรอส์มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง

“สินไหมทดแทนจะเพิ่มขึ้นเยอะมาก คอมไบน์ เรโช ทั้งธุรกิจเกิน 100% แน่ เทียบกับปีก่อนอยู่ประมาณ 87-95% ขาดทุนแน่ เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ค่อยดี คอมไบน์ เรโช ถึง 100% ถือว่าขาดทุนแล้ว มองแง่ดี น้ำท่วมทำให้รัฐบาลมีการเตรียมการวางแผนรองรับน้ำท่วม มีการศึกษาเส้นทางคมนาคม ถนนไม่ให้ขวางทางน้ำไหล ศึกษามาตรการกักเก็บระบายน้ำ และสุดท้ายสร้างความตื่นตัวในการทำประกันภัยของประชาชน เห็นว่าธุรกิจประกันภัยลดความเสี่ยงได้”

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.