กรุงเทพประกันภัยกางแผนสู้ธุรกิจประกันภัย ปีงูเล็ก ขยายงานรถยนต์เต็มสูบ

กรุงเทพประกันภัยตั้งธงปี 56 พร้อมลุยงานรถยนต์เต็มกำลัง ระบุปรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ความเสี่ยงต่ำ เล็งขยายสาขาตามแนวชายแดนรับ AEC มั่นใจระบบโลจิสติกส์หนุนธุรกิจประกันภัยสุดโต่ง ตั้งเป้าโกยเบี้ย 15,300 ล้านบาท

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ “BKI” กล่าวว่า สำหรับในปี 2556 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยไว้ที่ 15,300 ล้านบาท เติบโต 15% โดยมีแผนการดำเนินงานเพื่อรองรับกับตลาดการขยายงานประกันภัยรถยนต์ อย่างการทบทวนอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อลดราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์บางรุ่นที่มีอัตราความเสียหาย (Loss Ratio) อยู่ในระดับที่ทำกำไรได้ เพื่อให้สามารถขยายงานได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีการทบทวนหลักเกณฑ์การคิดทุนประกันภัยของรถแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อใหม่ ให้ตรงกับราคาที่ซื้อขายจริงในตลาดมากที่สุด เพื่อให้สามารถคิดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

“เรามีแนวคิดจะขยายงานรถยนต์บางประเภทที่บริษัทยังไม่เคยขยายงานอย่างจริงจังมาก่อน เช่น รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถหัวลาก เป็นต้น เนื่องจากเห็นศักยภาพในการทำกำไรจากรถยนต์กลุ่มนี้เช่นกัน ประกอบกับคู่แข่งในตลาดนี้มีไม่มากนัก”

ทั้งนี้ การเตรียมขยายงานประกันภัยรถยนต์มากขึ้น โดยถือนโยบายหลักในการขยายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในปีหน้า เนื่องจากเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง จากยอดจำหน่ายรถยนต์ป้ายแดงในปี 2555 ที่คาดว่าจะมียอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ถึง 1.32-1.37 ล้านคัน ซึ่งเป็นผลจากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาล โดยรถยนต์เกือบทุกคันล้วนเข้าสู่ระบบประกันภัยรถยนต์ จากประกันภัยรถยนต์ที่ดีลเลอร์แถมให้ และเมื่อถึงปี 2556 ที่กรมธรรม์ที่แถมมาหมดอายุ ก็จะเป็นโอกาสของบริษัทประกันภัยที่จะเสนอตัวให้เจ้าของรถได้เลือกใช้บริการ นอกจากนี้ยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในปี 2556 แม้ประมาณการว่าจะมียอดจำหน่ายต่ำกว่าปี 2555 แต่ก็คาดว่าจะมียอดจำหน่ายถึง 1.1-1.15 ล้านคัน

นอกจากนี้ เพื่อรองรับกับปริมาณลูกค้าประกันภัยที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทยังให้ความสำคัญกับเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการสินไหมทดแทน โดยได้นำเครื่องสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note มาให้บริการลูกค้าในการสำรวจอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนเพิ่มปริมาณอู่ซ่อมในแต่ละภูมิภาค เพื่อขยายเครือข่ายการบริการการซ่อมรถให้สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดประกันภัยรถยนต์ในแต่ละพื้นที่ ส่วนการขยายงานในภูมิภาคบริษัทได้วางแผนที่จะขยายสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น ให้ครอบคลุมในแต่ละภูมิภาค เพื่อรองรับจำนวนลูกค้าในต่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นจากการขายประกันภัยรถยนต์ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ รวมทั้งเพื่อรองรับเส้นทางการเชื่อมโยงของธุรกิจโลจิสติกส์ที่จะขยายตัวมากขึ้นสำหรับประเทศไทย ซึ่งมีทำเลเป็นศูนย์กลางของ AEC

โดยในปี 2555 นี้ บริษัทได้เปิดสาขาหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สาขาตรัง และกำลังจะเปิดสาขาอยุธยา ในเดือนธันวาคมนี้ และภายในปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ที่ จ.มุกดาหาร รวมถึงจะดำเนินการยกระดับสาขาย่อยทั้งหมดให้เป็นสาขาเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายงานและให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนของเบี้ยประกันภัยผ่านสาขาอย่างน้อย 20% ของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง ทั้งหมดของบริษัทภายในปี 2558 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 18% ของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงทั้งหมด

ทั้งนี้ จากการขยายงานรองรับ AEC ในปี 2556 บริษัทจะมีการเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดมุกดาหาร เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ได้ศึกษามาเป็นอย่างดีแล้วว่าจะเป็นจังหวัดที่การค้าและการลงทุนจะขยายตัวอย่างยิ่งภายหลังการเปิด AEC เนื่องจากเป็นจังหวัดชายแดนที่ติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เชื่อมและเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ R9 (East West Economic Corridor : EWEC) เชื่อมต่อระหว่างไทย-ลาว และสิ้นสุดที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม

ยังกล่าวต่อว่า ขณะนี้เราได้ยกระดับสาขาย่อยเป็นสาขาเต็มรูปแบบในจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ กาญจนบุรี เชียงราย และอุบลราชธานี เพื่อรองรับการขยายงานภายหลังการเปิด AEC เช่นกัน ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดนี้ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการขยายการค้าและการลงทุนมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดย กาญจนบุรี มีพรมแดนติดกับพม่า และมีเส้นทางเชื่อมต่อกับเมืองทวาย ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ด้านจังหวัดเชียงราย มีพรมแดนติดกับเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ที่อำเภอแม่สาย และมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เชื่อมกับเมืองท่าทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ที่อำเภอเชียงของ ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงกับเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีนได้ ส่วนอุบลราชธานีนั้นมีพรมแดนติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต แขวงสาละวัน และแขวงจำปาสัก ประเทศลาว และจังหวัดพระวิหารของประเทศกัมพูชา

“เราตั้งเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในต่างประเทศด้วย เพราะเรามีการร่วมทุนตั้งบริษัทประกันภัยในกัมพูชาและลาวมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ก่อนที่จะมีการริเริ่ม AEC เนื่องจากเราเล็งเห็นศักยภาพของตลาดประกันภัยในอาเซียนมานาน และรู้ว่าในอนาคตจะต้องมีการเจริญเติบโตอย่างมาก และภายหลังการเปิด AEC ธุรกิจของไทยย่อมมีการเข้าไปขยายธุรกิจในประเทศต่างๆ ในอาเซียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมมีความต้องการด้านการประกันภัยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศที่สั่งสมมา และเครือข่ายบริษัทประกันภัยในต่างประเทศที่ร่วมทุนอยู่ เราจึงเชื่อมั่นว่าบริษัทมีความพร้อมในการขยายตลาดประกันภัยในอาเซียน”

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือน บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 9,363.1 ล้านบาท เติบโต 15% ซึ่งบริษัทยังคงขาดทุนจากการรับประกันภัย 2,027 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายสินไหมทดแทนจากมหาภัยพิบัติ แต่กลับมีกำไรจากการลงทุน 2,462.5 ล้านบาท ทำให้มีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 435.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 330.9 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.35 บาท ซึ่งต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่เท่ากับ 19.77 บาท และคาดว่าสิ้นปีนี้บริษัทจะมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ หรือประมาณ 13,300 ล้านบาท เติบโต 20% จากเป้าต้นปีที่ตั้งไว้เพียง 5% เท่านั้น

ที่มา : อาร์วายทีไนน์


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.