ประกันภัยแจง ‘ซ่อมรถจมนำ’ เริ่ม 8 พันบาท-มิดคันจ่ายเต็ม ราคาเดียวทั่วประเทศ

แก้ไขฟื้นฟูให้เจ้าของรถผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะ จะใช้เป็นราคากลางกับอู่ที่เป็นสมาชิกสมาคมสหมิตร

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 2,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

คลอดแล้วราคากลางค่าซ่อมรถจมน้ำ เผย 3 ฝ่าย คปภ.-ส.วินาศภัย-อู่ แบ่งความเสียหายเป็น 4 ระดับตามปริมาณน้ำท่วม ต่ำสุดแค่พรมค่าแรงซ่อมเริ่มต้น 8,000 บาท สูงสุดท่วมมิดคันจ่ายเต็มทุนประกันภัย ย้ำราคานี้ไม่รวมค่าอะไหล่ตัวแปรซ่อมแพงหรือถูกจะอยู่ที่ประเภทรถ ความยากง่ายในการซ่อม ระบบไฟฟ้า ระยะเวลาซ่อม ยกเคสเบนซ์รื้อพรมอย่างเดียวค่าแรง 5,500 บาทแล้ว ชี้อู่สมาชิกสมาคมสหมิตร-อู่กลางและอู่คู่สัญญาบริษัทประกันภัย 500-600 แห่งทั่วประเทศใช้ราคานี้ ส่วนรถไม่มีประกันภัยทำใจอาจถูกชาร์จค่าซ่อมแพง ย้ำถ้ารถถูกน้ำท่วมห้ามสตาร์ทเด็ดขาดไฟฟ้าลัดวงจรเสียหายหนัก คาดรถจมน้ำถึง 3 หมื่นคัน แต่มีประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ราว 2 หมื่นคันค่าเสียหาย 2-3 พันล้าน

ประธานชมรมสินไหมยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันวินาศภัยและสมาคมสหมิตรอู่ซ่อมรถยนต์ ได้ประชุมร่วมกันกำหนดราคากลางค่าซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งจะแบ่งตามระดับความเสียหายที่ถูกน้ำท่วม โดยมีข้อสรุปการประเมินความเสียหายเบื้องต้นแบ่งออกเป็น 4 ระดับได้แก่

1. ระดับ A น้ำท่วมถึงส่วนบนพรมและพื้นรถ มีรายการซ่อมทั้งหมด 15 รายการ อาทิ ถอดพรมซักล้าง อบแห้ง ,ล้างทำความสะอาดห้องเครื่องเป่าแห้ง ถอดกล่องควบคุม (ECU) เป็นต้น ค่าแรงซ่อม (ไม่รวมค่าอะไหล่) ประมาณ 8,000-10,000 บาท
2. ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง มีรายการซ่อมทั้งหมด 26 รายการ อาทิ การถ่ายน้ำมันเครื่องเกียร์เฟื่องท้าย ,ถอดทำความสะอาดแผงประตูทั้ง 4 ด้าน ,กรองน้ำมันเครื่องกรองอากาศ เป็นต้น ค่าแรงซ่อมประมาณ 15,000-20,000 บาท
3. ระดับ C น้ำท่วมถึงหน้าปัดเรือนไมล์และคอนโซล มีรายการซ่อมทั้งหมด 39 รายการ อาทิ ชุดอีโมไรท์เซอร์/ระบบGPS ที่ติดมากับรถ,ไล่น้ำออกจากเครื่องยนต์ท่อไอดี ห้องเผาไหม้, ตรวจสอบระบบไฟส่องสว่าง ,ระบบขับเลี้ยวไฟฟ้า, ถอดเครื่องเช็คตู่แอร์ มอเตอร์ โบวเวอร์ เซ็นเซอร์ เป็นต้น ค่าแรงซ่อมประมาณ 20,000-30,000 บาท และ
4. ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนหลังคาหรือมิดคัน เช่น รถยนต์ฮอนด้าในโรงงานผลิตที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะกว่า 200 คันที่ท่วมมิดหลังคา เป็นต้น หากประเมินความเสียหายค่าซ่อมรวมค่าอะไหล่มูลค่าเกิน 70% ของราคารถหรือใกล้เคียง บริษัทประกันภัยสามารถให้คำแนะนำผู้เอาประกันภัยรถยนต์รับค่าสินไหมทดแทนเต็มทุนประกันภัยได้ หากผู้เอาประกันภัยไม่ใช้สิทธิ์ดังกล่าวแต่ต้องการจะนำรถเข้าซ่อมบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าซ่อมไม่เกิน 70% ของทุนประกันภัย

“การกำหนดราคากลางค่าซ่อมรถถูกน้ำท่วมออกมา เพื่อแก้ไขฟื้นฟูให้เจ้าของรถผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะ จะใช้เป็นราคากลางกับอู่ที่เป็นสมาชิกสมาคมสหมิตร ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นอู่ในเครือบริษัทประกันภัย ขณะที่อู่สมาชิกสมาคมสหมิตรเองส่วนหนึ่งก็เป็นสมาชิกอู่กลางประกันภัยเช่นกัน ซึ่งทั้งสมาคมสหมิตรและอู่กลางประกันภัยมีสมาชิกอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วประเทศประมาณ 500- 600 อู่ พูดง่ายๆ คือรถที่มีประกันรถยนต์ชั้น1 ใช้ราคาซ่อมนี้เป็นราคาอ้างอิง ขณะที่อู่ทั่วไปที่ไม่ได้เป็นสมาชิกใช้ราคานี้ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของอู่ โดยราคานี้รวมค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ แล้ว ซึ่งราคาที่ว่านี้เป็นราคาซ่อมในช่วงปกติที่ไม่เกิดน้ำท่วม”

อย่างไรก็ดีราคาดังกล่าวเป็นราคาประมาณการณ์เบื้องต้น หากน้ำท่วมถึง 4 ระดับที่ว่าค่าซ่อมน่าจะอยู่ในเกณฑ์นี้ แต่ทั้งนี้ราคาซ่อมอาจจะแพงกว่านี้ขึ้นอยู่ประเภทรถอาทิ รถเก๋ง รถกระบะ ยกตัวอย่าง รถเบนซ์แค่รื้อเบาะอย่างเดียวเฉพาะค่าแรงประมาณ 5,500 บาทแล้ว อีกทั้งยังมีปัจจัยในเรื่องความยากง่ายในการซ่อม, อุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆนำเข้าหรือไม่, ระบบไฟฟ้าอย่างรถบางประเภทอุปกรณ์ภายในเป็นระบบไฟฟ้า มีสมองกลความจำ ,ขั้นตอนการซ่อมยากหรือง่าย ระยะเวลาในการซ่อมรวมไปถึงมีอุปกรณ์อื่นๆ เสียหายเพิ่มเติมหรือไม่

“เมื่อรถจมน้ำสิ่งแรกที่ต้องทำคือห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด เพราะถ้าน้ำท่วมพื้นพรมระบบไฟฟ้าต่างๆ อยู่ใต้พื้นพรมถ้าสตาร์ท ทำให้ไฟฟ้าเกิดลัดวงจรจะลามไปยังส่วนอื่นๆ ทำให้เสียหายเพิ่มขึ้นหากไม่มีประกันภัยจะมีปัญหาจัดหาอะไหล่ ดังนั้นควรจะตรวจสอบน้ำท่วมถึงระดับน้ำมันเครื่องหรือไม่ ดูจากสีถ้าเป็นสีน้ำนมแสดงว่ามีน้ำเข้าไปในห้องเครื่องหรือถอดที่กรองอากาศออกมาดูแห้งหรือชิ้น ถ้าชื้นแสดงความน้ำเข้าเป็นการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น”

สำหรับรถที่ไม่มีประกันภัยรถยนต์ชั้น1 และถูกน้ำท่วมซึ่งต้องจ่ายค่าซ่อมเอง สามารถใช้ราคาค่าซ่อมนี้เป็นราคาอ้างอิงได้ แต่เจ้าของรถต้องทำใจอาจจะต้องถูกชาร์จค่าซ่อมแพงกว่านี้ เพราะตามข้อเท็จจริงถ้าซ่อมอู่ที่ไม่รู้จัก เช่นคาร์แคร์ หากน้ำท่วมถึงระดับ A ค่าแรงซ่อมอาจจะเป็น 10,000 บาทหรือ 15,000 บาท แล้วแต่ประเภทรถ

รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมอาจจะถึง 30,000 คันแต่ที่ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ที่ให้ความคุ้มครองรถยนต์ถูกน้ำท่วมและแจ้งเคลมมาแล้วประมาณ 20,000 คัน ค่าเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า การกำหนดราคากลางค่าซ่อมรถยนต์ถูกน้ำท่วม เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการจ่ายค่าซ่อมของทั้งธุรกิจจะมีการทำเป็นตกลงร่วมกัน ทำให้ลูกค้าได้รู้เสียหายระดับค่าซ่อมควรจะเป็นเท่าไหร่และให้ผู้เอาประกันภัยนำรถเข้าซ่อมได้ทันที โดยไม่ต้องมาประเมินค่าเสียหายอีก โดยราคานี้รถทั่วไปที่ไม่ได้มีประกันภัยสามารถใช้เป็นราคาอ้างอิงได้

ขณะเดียวกันบริษัทประกันภัยมีข้อตกลงร่วมกันจ่ายค่าซ่อมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ตกลงราคาค่าซ่อมกันแล้ว โดยที่ลูกค้าที่รถได้รับความเสียหายเกิน 70% ของทุนประกันภัยขึ้นไป ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกที่จะรับค่าสินไหมทดแทนสิ้นเชิง (เต็มทุนประกันภัย) หรือจะเลือกรับสิทธิ์การซ่อมก็ได้เป็น ข้อตกลงกับทุกบริษัทสมาชิกที่จะปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน

คาดว่าจะมีรถยนต์ที่ทำประกันรถยนต์ชั้น1 ถูกน้ำท่วมประมาณ 20,000 คัน เฉลี่ยค่าซ่อมคันละ 100,000 บาท ค่าสินไหมทดแทนประมาณ 2,000 ล้านบาท

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.