KPI จี้ประกันภัยต่อเร่งจ่ายเคลม รุกตลาดประกันรถยนต์

กรุงไทยพานิชประกันภัยเตรียมเรียกเงินจากรีอินชัวเรอร์ เร่งจ่ายเคลมค้างลูกค้า ยันไม่หวั่นกระเป๋าฉีก แม้ควักกระเป๋าจ่ายเคลมน้ำท่วมเอง รุกลูกค้ารายย่อย จับตลาดขายประกันรถยนต์เบี้ยถูก

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (KPI) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเสนอข้อมูลไปยังบริษัทประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) เพิ่มเติม เพื่อขอให้นำเงินเข้ามาจ่ายค่าสินไหมที่ยังคงค้างแก่ลูกค้าของบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นบริษัทจะเรียกค่าสินไหมจากรีอินชัวเรอร์เป็นวงเงินมูลค่า 8,500 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนที่บริษัทรับเสี่ยงภัยไว้เองคิดเป็นมูลค่ารวม 270 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวบริษัทจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้าแล้ว 220 ล้านบาท หรือ 80% ของมูลค่ารวม

“ต้องยอมรับว่า มูลค่าความเสียหายที่สูง แม้จะไม่ใช่ส่วนที่บริษัทรับเสี่ยงภัยไว้เองทั้งหมด แต่ก็ทำให้บริษัทมีหนี้สินรวมทั้งสิ้นจำนวนกว่าหมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทอยู่บ้าง แต่ไม่ถือว่ามากนัก เพราะหากเทียบกับฐานะการเงินของบริษัทปีที่ผ่านมา บริษัทมีสินทรัพย์อยู่ 14,000 ล้านบาท จึงไม่กระทบกับฐานะทางการเงินของบริษัท”

อย่างไรก็ตามเพื่อต่อยอดและชดเชยเม็ดเงินที่เสียไปจากการจ่ายเคลมสินไหมประกันภัย ปีนี้บริษัทจึงมีแผนลงทุนกว่า 3,700 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในกลุ่มเงินฝากธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นทุน หน่วยลงทุน พันธบัตร หุ้นกู้ และเงินกู้ให้ยืม คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 6% หรือคิดเป็นรายได้ 230 ล้านบาท

ผลประกอบการ 5 ปีย้อนหลังว่า (2550-2553) ที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโตเบี้ยประกันภัยใหม่เฉลี่ย 1,600-1,700 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่น้อยกว่าอุตสาหกรรม แต่ภายหลังการปรับโครงสร้างการบริหารงานในปี 2554 และปรับกลยุทธ์หันมาบุกตลาดรายย่อยเพิ่มขึ้นนั้น ทำให้อัตราการเติบโตต่อปีของบริษัทสูงขึ้นเป็น 2,100 ล้านบาท จากปี 2553 ที่มีอัตราการเติบโต 1,700 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยรับรวมก็เติบโตสูงถึง 27% ขณะที่อุตสาหกรรมโตต่ำกว่านี้มาก ดังนั้นทิศทางการบริหารปีนี้จึงเน้นสานต่อการรุกตลาดประกันภัยรายย่อย โดยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 2,600 ล้านบาท หรือเติบโต 21% จากปีก่อน

“ผลงาน 4 เดือนแรกของปีนี้ มีอัตราเบี้ยประกันภัยรับรวมแล้ว 1,060 ล้านบาท โดยช่องทางหลักยังคงขายผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์ จากฐานลูกค้าสำคัญที่เป็นลูกค้าของธนาคารกรุงไทยกว่า 3 ล้านราย ลูกค้าบัตรเครดิตของสถาบันการเงินอื่นๆ อีก 1 ล้านราย โดยผลิตภัณฑ์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าดังกล่าวจะเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 2, 3 ชนิดพิเศษ หรือ 2+ 3+ เน้นคุ้มครองน้ำท่วมคิดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ต่ำ ทุนประกันภัย 50,000 บาท โดยเน้นคุ้มครอง 3 ภัยธรรมชาติ คือ น้ำท่วม ลมพายุและแผ่นดินไหว รวมถึงเร่งขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มรายย่อยเพิ่มขึ้น โดยมีธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 45% ถือเป็นช่องทางที่พร้อมกระจายฐานลูกค้าทั่วประเทศ”

ล่าสุดบริษัทได้มีการปรับองค์กรใหม่ อาทิเปลี่ยนโลโกและเครื่องแบบพนักงานให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงปรับฐานลูกค้าไปสู่รายย่อยให้มากกว่า 70% และรายใหญ่ ประมาณ กว่า 20% แทน ทั้งนี้ก็เพื่อบริหารความเสี่ยงได้ดีมากขึ้น ซึ่งเราได้รับบทเรียนจากธุรกิจปีที่ผ่านมาจากปัญหาอุทกภัยได้สร้างความเสียหายต่อในเชิงประกันภัยสูงหลายแสนล้านบาท โชคดีที่บริษัทได้ซื้อประกันภัยส่วนเกิน หรือ XOL เป็นระยะเวลา 15 เดือน โดยครบหมดสัญญาในวันที่ 31 มีนาคม ดังนั้นปัญหาการต่อสัญญาไม่ทัน หรือแม้แต่การเรียกเคลมต่อจากบริษัทประกันภัยต่ออื่นๆ ไม่ได้จึงไม่เกิดขึ้น

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.