กังขาสอบตัวแทนประกันภัยเอกชน โวย 2 มาตรฐาน จ่ายถูกสอบตก จ่ายแพงผ่านฉลุย

การสอบตัวแทนผ่านสมาคมประกันชีวิตไทยการสอบผ่านค่อนข้างยาก การสอบกับสถาบันประกันภัยไทย มีค่าอบรมความรู้ 2 วัน ในแง่ของการสอบผ่านได้ง่ายกว่า

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

แผนพัฒนาประกันภัยฉบับที่ 2 (2553-2557) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรประกันภัย มุ่งยกระดับคนกลางประกันภัย ได้แก่ ตัวแทนประกันชีวิต ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้า หรือโบรกเกอร์ประกันภัย ประเภทบุคคลธรรมดา และนายหน้าประเภทนิติบุคคล มีคุณสมบัติตามที่คปภ.กำหนด

แต่กระนั้นดูเหมือนว่า กระบวนการสร้างตัวแทนยังมีปัญหาไม่จบสิ้นในเรื่องของการสอบรับในอนุญาตตัวแทน จากการที่คปภ. กำหนดให้ 2 หน่วยงาน คือ สมาคมประกันชีวิตไทย และสถาบันประกันภัยไทย (ทีไอไอ) เป็นผู้จัดสอบ ซึ่งความแตกต่างของการจัดการสอบทำให้เกิดข้อกังขาว่า การสอบตัวแทนของคปภ.เป็น 2 มาตรฐานหรือไม่

ข่าวจากวงการประกันชีวิต เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการสอบตัวแทนของบริษัทประกันชีวิตในขณะนี้ คือ ยอดการสอบผ่านค่อนข้างน้อย โดยการสอบตัวแทนผ่านสมาคมประกันชีวิตไทยการสอบผ่านค่อนข้างยาก แต่ค่าใช้จ่ายน้อย คือ เสียเพียงค่าสมัครสอบ 200 บาทต่อคน ขณะที่การสอบกับสถาบันประกันภัยไทย หรือทีไอไอ นอกจากค่าสมัครสอบ 200 บาทแล้ว ยังมีค่าอบรมความรู้ 2 วันอีก 1,177 บาท รวมแล้วเสียค่าใช้จ่ายแพงกว่า แต่ในแง่ของการสอบผ่านสามารถที่จะสอบผ่านได้ง่ายกว่า เพราะสามารถกำหนดข้อสอบเองได้ จึงทำให้การอบรมก่อนสอบตรงจุดกว่า

“จุดนี้เองทำให้ตัวแทนมองว่าเกิด 2 มาตรฐานสำหรับการสอบตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่ ในแง่ของค่าใช้จ่ายที่บริษัทประกันชีวิตจะต้องจ่ายในการสร้างตัวแทน หากจ่ายน้อยก็อาจจะสอบผ่านยากทำให้สร้างตัวแทนได้ช้า แต่หากอยากสร้างได้เร็วหรือสอบผ่านเยอะก็ต้องยอมจ่ายแพง ซึ่งมองว่าไม่ค่อยเป็นธรรมนัก และในแง่ของคุณภาพตัวแทนก็ยังมีข้อกังขากันอีกว่าการสอบของทั้ง 2 หน่วยงาน มาตรฐานของตัวแทนเหมือนกันหรือไม่อีกด้วย”

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการประกันชีวิตอีกรายให้ความเห็นว่า การสอบตัวแทนผ่านสมาคมประกันชีวิตไทย นั้น จะใช้วิธีสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อสอบจะเป็นการสุ่มจากคลังข้อสอบของคปภ. ทำให้แต่ละเครื่องข้อสอบจะแตกต่างกันไป ไม่สามารถที่จะลอกข้อสอบกันได้ จึงมั่นใจได้ว่ามีมาตรฐานระดับหนึ่ง แต่มองอีกแง่การสอบผ่านได้ยากเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ จำนวนผู้สมัครสอบกับสมาคมประกันชีวิตไทยไม่มากนักในขณะนี้ด้วยหรือไม่

ส่วนการสอบกับสถาบันประกันภัยไทย ทีไอไอ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมความรู้ก่อนสอบ 2 วัน และใช้การสอบด้วยระบบกระดาษ ซึ่งมองว่าสามารถที่จะเลือกข้อสอบออกมาติวก่อนได้ จึงทำให้เปอร์เซ็นต์สอบผ่านสูงกว่า ทำให้บริษัทประกันชีวิตจำต้องเลือกที่จะสอบกับทีไอไอเพื่อให้สร้างตัวแทนได้ง่าย

ด้านข่าวจากสำนักงานคปภ.ให้ความเห็นว่า การจัดสอบตัวแทนของทั้งสมาคมประกันชีวิตไทยและทีไอไอ ถือว่าได้มาตรฐานเดียวกัน ต่างกันตรงที่การสอบกับทีไอไอ จะกำหนดให้มีการอบรมก่อนสอบด้วย ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มตรงค่าอบรมดังกล่าว โดยใช้เวลา 2 วันในการอบรมก่อนสอบ เพื่อให้ผู้เข้าสอบมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยมีความรู้ก่อนเข้าสอบจริง

“เหมือนกับการเรียนในปัจจุบัน ก็มีการติวพิเศษ ใครมั่นใจว่าตัวเองทำได้แน่ก็ไปสอบปกติ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ไปอบรมเพิ่มเป็นการให้มีทางเลือก สำหรับผู้ที่จะสอบตัวแทน คปภ.เราไม่ได้บังคับ ถ้าบริษัทประกันชีวิตแน่ใจว่าฝ่ายฝึกอบรมของตัวเองสามารถอบรมความรู้ก่อนสอบตัวแทนได้ดี ก็เลือกไปสอบปกติกับสมาคมประกันชีวิตไทย แต่ถ้าไม่มั่นใจอยากให้มีอบรมเพิ่ม ก็เลือกไปสอบกับทีไอไอขึ้นกับใครจะเลือกแบบไหน สามารถรองรับการสอบตัวแทนได้เหมือนกัน และมาตรฐานเดียวกัน”

ข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทย ยอมรับว่า เปอร์เซ็นต์การสอบผ่านของการสอบตัวแทนประกันชีวิตค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการสอบของทีไอไอ แต่ก็พอใจที่ยอดสมัครสอบยังเป็นบวกต่อเนื่อง จากปีก่อนๆ ติดลบ

“เคยได้ยินคนพูดเหมือนกันว่าสอบกับทีไอไอผ่านถึง 80% แต่ทำไมสอบกับสมาคมฯ สอบผ่านแค่ 40% ซึ่งเราก็ลำบากใจ เพราะระบบของเราก็ค่อนข้างชัดเจนได้มาตรฐาน ข้อสอบสุ่มจากคลังข้อสอบของคปภ. แต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน ป้องกันการทุจริตได้ เราก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้”

ทั้งนี้ ข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทย ระบุว่าในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ (มกราคม-มีนาคม 2555) การสอบตัวแทนประกันชีวิตผ่านสมาคมฯ มีผู้สนใจสมัครสอบทั้งสิ้น 34,577 คน เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีผู้สมัครสอบ 32,713 คน โดยมีผู้เข้าสอบจริง 25,079 คน สอบผ่าน 10,841 คน หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์สอบผ่าน 43.23% ของผู้เข้าสอบทั้งหมด โดยที่ช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555 มีผู้สมัครสอบ รวม 21,923 คน เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เข้าสอบจริง 15,980 คน และสอบผ่าน 7,454 คน หรือคิดเป็น 46.65% ของผู้เข้าสอบทั้งหมด และเมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์สอบผ่านในปีก่อนหน้ายังค่อนข้างต่ำ โดยในปี 2554 อยู่ที่ 54.29% และในปี 2553 อยู่ที่ 63.7% ตามลำดับ

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.