ธ.ก.ส.จับมือ ‘JBIC-สมโพธิ์’ ลุย ประกันภัยนาแล้งปีนี้เพิ่มอีก 4 จว.

ธ.ก.ส.ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงดำเนินโครงการประกันภัยพืชผลจากภัยแล้ง การประกันภัยเป็นรูปแบบของ JBIC เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงด้านการผลิต

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก
ข้อมูล : http://www.todayinsure.com/index.php?ui=news&tag=other&interface=detail&id=489

รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ร่วมกับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan Bank for International Cooperation : JBIC) และบริษัท สมโพธิ์ เจแปน ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงดำเนินโครงการประกันภัยพืชผลจากภัยแล้ง โดยใช้ดัชนีน้ำฝน (Weather Index) สำหรับการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งการประกันภัยดังกล่าวเป็นรูปแบบของ JBIC เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงด้านการผลิตให้แก่เกษตรกร และส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่ชีวิตของตนเอง

ทั้งนี้ ในปี 2554 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินงานประกันภัยในพื้นที่รวม 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา มีเกษตรกร ลูกค้าซื้อประกันภัยรวม 6,173 ราย พื้นที่ประกันภัยจำนวน 35,775 ไร่ ค่าเบี้ยประกันภัย 3,319,920 บาท วงเงินประกันภัย 71,550,000 บาท โดยได้มีการจ่ายสินไหม ทดแทนให้กับเกษตรกรผู้ทำประกันภัยและประสบภัยแล้งไปแล้วจำนวน 90 ราย จำนวน เงิน 141,000 บาท และจ่ายส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยให้กับเกษตรกรที่ไม่ประสบภัยจำนวน 6,083 ราย จำนวนเงิน 1,404,498 บาท

สำหรับปีการผลิต 2555 ได้ขยายพื้นที่การดำเนินงานเพิ่มอีก 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่กู้เงินเพื่อปลูกข้าว โดยมีพื้นที่การปลูกข้าวไม่น้อยกว่า 80% และอยู่ในเขตพื้นที่ดำเนินงานของ ธ.ก.ส. สาขาที่เกษตรกรกู้เงิน ซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยจะคิดอัตรา 4.64% ของวงเงินที่ประสงค์จะเอาประกันภัย ตัวอย่างเช่น หากเกษตรกรกู้เงินเพื่อปลูกข้าวจำนวน 200,000 บาท มีความต้องการจะทำประกันภัยพืชผลในวงเงิน 10,000 บาท จะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเท่ากับ 464 บาท โดยที่กำหนดค่าเบี้ยประกันภัยแต่ละรายขั้นต่ำเท่ากับ 464 บาท

ส่วนระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2555 รวม 92 วัน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่ 1 เริ่มวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2555 และช่วงที่ 2 เริ่มวันที่ 1 สิงหาคม-30 กันยายน 2555 โดยค่าสินไหมทดแทนที่เกษตรกรจะได้รับ ในกรณีที่ปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตกจริงต่ำกว่าหรือเท่ากับค่าดัชนีน้ำฝนสะสมขั้นสูง สำหรับภัยแล้งประเภทต่างๆ ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ เกษตรกรจะได้รับค่าชดเชยในกรณีที่เกิดภัยแล้งช่วงแรกในอัตรา 10% ช่วงที่ 2 อัตราภัยแล้ง 15% หรือภัยแล้งรุนแรง 40% ของจำนวนเงินกู้ที่ประสงค์จะเอาประกันภัย

“โครงการประกันภัยพืชผลจากภัยแล้ง โดยใช้ดัชนีน้ำฝนสำหรับการผลิตข้าว จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี เป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตของเกษตรกรด้วยตัวของเกษตรกรเอง โดยบริษัทสมโพธิ์ เจแปน ประกันภัย เป็นบริษัทผู้รับประกันภัยที่มีความมั่นคง มีความน่าเชื่อถือ และมีบริการคุณภาพ ตามมาตรฐานสากล สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้เป็นอย่างดี”

อนึ่ง สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2555 นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องอัตราเบี้ยประกันภัย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงวงเงินคุ้มครอง (ทุนประกันภัย) จากเดิมแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 606 บาทต่อไร่และ 1,400 บาทต่อไร่ ปรับใหม่เป็นราคาเดียว คือ 1,111 บาทต่อไร่ ตั้งแต่เริ่มเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว และยังขยายความคุ้มครองภัยโรคระบาดและศัตรูพืชด้วย จากเดิมคุ้มครองแค่ 6 ภัยคือ ภัยน้ำท่วม ภัยฝนทิ้งช่วง ภัยลมพายุหรือไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาว หรือน้ำค้างแข็ง ภัยลูกเห็บ และไฟไหม้ โดยภัยจากโรคระบาดและศัตรูพืชจะคุ้มครองแค่ 50% ของทุนประกันภัย

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.