สินไหมน้ำท่วม ปัญหาไม่จบ ประกันภัย พล่าน กองทุนวูบหมื่นล้าน

ประกันภัย ต่อ เจรจาขอตัดจ่ายค่าสินไหมแค่ครึ่งเดียว เป็นหนี้สงสัยจะสูญ ภาระตัวใหม่ของการดำรงเงินกองทุนฯ (RBC)

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวม ประกันรถยนต์ มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันรถยนต์ชั้น1, ประกันรถยนต์ชั้น3 ประกันรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก
ข้อมูล : http://www.todayinsure.com/index.php?ui=news&tag=other&interface=detail&id=730

ปัญหาการเรียกร้องค่าสินไหม น้ำท่วม ส่อเค้าลุกลามบานปลาย อาจถึงขั้นฟ้องร้องกัน เมื่อบริษัทรับ ประกันภัย ต่อ (รีอินชัวเรอส์) ในต่างประเทศ นาม “เบสท์รี” ที่รับ ประกันภัย ต่อในไทยมากเป็นอันดับสอง ขอจ่ายค่าสินไหมทดแทนแค่ 50% ของยอดทั้งหมด ขณะที่ทาง “เอเชียนรี” ที่รับ ประกันภัย ต่อในไทยอยู่ไม่น้อย ยังไม่สามารถเพิ่มทุนได้ จะส่งผลกระทบเป็นทอดๆ ต่อบริษัท ประกันภัย และผู้รับ ประกันภัย ต่อในไทย ที่จ่ายสินไหมให้กับลูกค้าไปแล้ว และส่วนที่ยังค้างจ่ายอยู่ ไม่สามารถเรียกเงินคืนมาได้ ทำให้สภาพคล่องและเงินกองทุนวิกฤติอีกรอบ

เคลมน้ำท่วมสะดุด “รี” จ่ายครึ่งเดียว เล็งขอคปภ.ผ่อนผันกองทุนอีกยก

“เท่าที่มีข้อมูลมีบริษัท ประกันภัย ส่งงานกับเบสท์รี 22 บริษัท ยอดสินไหมทั้งหมด 6,000 กว่าล้านบาท เขาเจรจาขอตัดจ่ายแค่ครึ่งเดียว เท่ากับหายไป 3,000 กว่าล้านบาท จะเป็นหนี้สงสัยจะสูญ เป็นภาระตัวใหม่ของบริษัท ประกันภัย เพราะตามหลักการดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง (RBC) กำหนดให้บริษัท ประกันภัย ต้องดำรงเงินกองทุน ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญด้วย ต้องดู คปภ.ให้ตั้งสำรองเท่าไหร่ เคลมที่ยังไม่จบ บางทีเราตั้งไว้ สำรองไว้สูง จ่ายจริงไม่ถึง ภาระก็ลดลงไป บริษัท นอนมอเตอร์ ส่วนใหญ่ ตั้งสำรองสูง” นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยกล่าว

นอกจากเบสท์รีแล้ว ยังมีบริษัทเอเชียนรี ซึ่งมียอดสินไหมรวมเป็นหลักพันล้านบาท ยังไม่สามารถเพิ่มทุนได้เช่นกัน เท่าที่ดูผลกระทบต่อเงินกองทุน และเงินสำรองของบริษัท ประกันภัย ที่มี ประกันภัย ต่อกับทั้ง 2 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ น่าจะพอเอาตัวรอดเพิ่มทุนได้

อย่างไรก็ดี เนื่องจากผลกระทบจากค่าสินไหมน้ำท่วมวงเงินกว่า 4.35 แสนล้านบาท เป็นบริษัท ประกันภัย ญี่ปุ่น 3 แสนล้านบาท บริษัท ประกันภัย ไทย 1 แสนกว่าล้านบาท โดยยอดสินไหมอาจจะขยับไปถึง 4-5 แสนล้านบาท หากรวม ประกันภัย ธุรกิจหยุดชะงัก (bi) กอปรกับภาระใหม่ที่เกิดขึ้น ดังนั้นสมาคมฯ อาจจะขอสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.) ทบทวนผ่อนผันกฎระเบียบ เกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุน และการจัดสรรเงินสำรองอีกครั้ง

“ผลกระทบใหม่ที่เกิดขึ้น ไม่ทำให้บริษัท ประกันภัย ถึงขั้นเจ๊ง แต่เหมือนแขนขาหัก ถ้าเข้มงวดมาก มีภาระต้องเพิ่มทุน ผลกระทบระดับ 4-5 แสนล้านที่ธุรกิจ ประกันภัย เจออยู่มหาศาลมาก เราจ่ายไป 80-90% แล้วย่อมมีผลกระทบแน่ เมื่อเราทำหน้าที่อย่างดีแล้ว รัฐควรจะเยียวยาผ่อนผันมาตรการออกไปอีก นอกจากเบสท์รีแล้ว มีรีอินชัวเรอส์อีก 3-4 รายที่เข้มงวดกับการจ่าย ขอเอกสารมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ถึงที่สุดจะไปถึงขั้นไหน ยังอยู่ในกระบวนการ”

แฉหนี้สูญทั้งระบบเกินหมื่นล้าน กองทุนยวบ – คปภ.ประเมินผลกระทบ

ข่าวจากวงการ ประกันภัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยอดสินไหมทั้งหมดของเบสท์รี อาจจะมากถึง 8,000-9,000 ล้านบาท เกิดจากเคลมหลายรายการ บางรายการจ่าย 100% บางรายการจ่ายไม่ถึง 100% แต่ไม่ว่าจะเป็นรายการที่จ่ายแล้วหรือยังไม่จ่าย รวมๆ แล้วเขาขอจ่ายแค่ 50% ของยอดทั้งหมด อีก 50% ไม่จ่าย กลายเป็นหนี้สงสัยจะสูญ ประเมินทั้งระบบยอดหนี้สงสัยจะสูญอาจจะเกิน 1 หมื่นล้านบาท

“บริษัท ประกันภัย ที่ส่งงานให้เบสท์รี น่าจะมีประมาณ 40 บริษัท แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเจรจาแล้ว ขอจ่าย 50% แต่บริษัท ประกันภัย ไม่ยอม กลุ่มนี้คงต้องไปฟ้องร้องกัน กลุ่มสองเจรจาแล้วอยู่ระหว่างตัดสินใจเอาหรือไม่ ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนมากที่สุด กลุ่มสามที่เป็นบริษัทเล็กยอมรับแค่ 50% ดีกว่าไม่ได้เลย ซึ่งกรณีของเบสท์รี ส่งผลกระทบต่อบริษัทมาก กินส่วนของทุน ทำให้เงินกองทุนยุบลง ต้องเพิ่มทุน”

ข่าวกล่าวว่า เบสท์รีอ้างว่า ปัญหาเกิดจากการทุจริตในบริษัท มีโบรกเกอร์เอาชื่อไปแอบอ้าง รับงานมาแล้วไม่ส่งเบี้ย ประกันภัย ให้เบสท์รี ขณะที่ผู้บริหารหนีไปยกชุด ต้องเปลี่ยนทีมใหม่ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดหลังน้ำท่วม ไม่แน่ใจมีวาระซ่อนเร้นอื่นๆ อีกหรือไม่ ส่วนการขอลดหนี้เหลือ 50% สันนิษฐานได้ว่าเป็นการดิ้นรน เพื่อให้การขายใบอนุญาต เปลี่ยนเจ้าของใหม่ง่ายขึ้น อีกสาเหตุอาจจะมาจาก เขารับงานที่มีความเสี่ยงมากเกินไป โดยเบสท์รีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ตูนีเซีย สำนักงานภูมิภาคเอเชียในมาเลเซีย มีมาร์เก็ตแชร์ในไทยรองจากบริษัท ซีซีอาร์ เข้ามาทำตลาดไทยเมื่อ 20 ปีก่อน ใช้กลยุทธ์ให้คอมมิสชั่นสูง รับงานง่ายทำให้ได้งานไปมาก

กล่าวเพิ่มว่า ในสินไหมน้ำท่วมทั้งหมด เป็นบริษัทญี่ปุ่น 60% อีก 40% เป็นบริษัทประกันวินาศภัยรายใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพ, ทิพย, เทเวศ, ไทยพาณิชย์สามัคคี, อาคเนย์ ต่างก็มีสัญญา ประกันภัย ต่อกับเบสท์รี และซีซีอาร์

ข่าวจากสำนักงาน คปภ. กล่าวว่า คงต้องรอดูข้อเสนอจากทางสมาคมฯ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน โดยบริษัทที่ ประกันภัย ต่อกับเบสท์รีมาก อาจจะกระทบหนัก เงินกองทุนขาดรุนแรง ซึ่งหลักการตั้งสำรองสินไหมค้างจ่าย ปกติสินไหมส่วนนี้ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท ถ้าลูกหนี้ขอจ่ายครึ่งเดียว เท่ากับทรัพย์สินและเงินกองทุนหายไป 50% ขณะที่มาตรฐานทางบัญชี ทางผู้ตรวจสอบบัญชี ต้องให้ตั้งสำรองทรัพย์สินด้อยค่า เป็นค่าใช้จ่ายทันที

ผลกระทบอีกส่วนที่จะเกิดตามมา สินไหมค้างจ่ายด้อยค่าจะปรากฏในงบกำไรขาดทุน ทางกรมสรรพากรบอกไม่เข้าเกณฑ์เป็นค่าใช้จ่าย ต้องบวกกลับเข้าไป ทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้น

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.