บริษัทประกันภัยไม่ยอมขายในพื้นที่เสี่ยง โยนกองทุนภัยพิบัติรับความเสี่ยงแทน

การซื้อประกันภัยพิบัติแยกจากบริษัทประกันภัยเอกชน พื้นที่เสี่ยงถูกน้ำท่วม เอกชนจะส่งให้กองทุนประกันภัยพิบัติ

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก
ข้อมูล : http://www.todayinsure.com/index.php?ui=news&tag=other&interface=detail&id=545

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2554 และได้กล่าวถึงกรณีการจำหน่ายเบี้ยประกันภัยพิบัติแก่ผู้ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมว่า ดีขึ้นต่อเนื่องแต่ไม่ถึงกับมีการซื้อจำนวนมาก และยอมรับว่ายอดจำหน่ายที่ดีขึ้น เพราะเบี้ยประกันภัยจากเดิมที่เคยอยู่ในระดับสูงในช่วงประสบปัญหา และบริษัทประกันต่อในต่างประเทศไม่ยอมรับประกันภัย หลังจากรัฐบาลเดินหน้าป้องกันน้ำท่วมผ่านโครงการต่างๆ ทำให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจมากขึ้นจนเบี้ยประกันภัยลดลง

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ได้มีเป้าหมาย เน้นการซื้อประกันภัยผ่านกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ เพราะต้องการให้การขายประกันภัยของภาคเอกชน เป็นตัวทำงานผ่านกลไกตลาด แต่ถึงกระนั้นยอมรับกองทุนภัยพิบัติยังมีความจำเป็น เพราะยอดซื้อยังเพิ่มต่อเนื่อง แม้จะมีการสร้างเขื่อนรอบนิคมอุตสาหกรรม แต่เพื่อต้องการดำเนินธุรกิจภาคเอกชน ยังจำเป็นต้องซื้อประกันภัย

ผู้อำนวยการกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า ยอดการจำหน่ายประกันภัยพิบัติเพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วง 5 เดือนแรกหลังจากการตั้งกองทุน มียอดจำหน่ายเบี้ยประกันภัย 10,000 ราย รวมเป็นเงินเบี้ยประกันภัย 100,000 ล้านบาท และเมื่อถึงเดือนตุลาคม จะเป็นช่วงครบกำหนดอายุกรมธรรม์ประกันภัย น่าจะมียอดจำหน่าย 200,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการซื้อประกันภัยพิบัติแยกจากบริษัทประกันภัยเอกชน หากเป็นพื้นที่เสี่ยงถูกน้ำท่วมเอกชนมักจะไม่ขายประกันภัยในพื้นที่ดังกล่าว บริษัทประกันภัยจึงจะส่งให้กองทุนประกันภัยพิบัติ ทำหน้าที่ในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ส่วนภาคครัวเรือนคาดว่าจะมีผู้ซื้อประกันภัยพิบัติถึง 800,000 ครัวเรือน เนื่องจากเบี้ยประกันภัยถูกเพียง 500 บาท วงเงินคุ้มครอง 100,000 บาท

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สมาคมฯ จึงกำหนดยุทธศาตร์ในการบุกตลาดประกันชีวิตในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้กำลังวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนในแถบอาเซียนเข้าถึงระบบประกันภัยมากขึ้น และต่อไปน่าจะเห็นการเติบโต มีตัวแทนประกันชีวิตจากไทยไปบุกตลาดอาเซีนยมากขึ้น หลังจากธุรกิจประกันภัยครึ่งปีแรกขยายตัว 17% ขณะที่เมืองไทยประกันชีวิตเติบโต 29-30% โดยครึ่งปีหลังคาดว่าธุรกิจประกันชีวิตยังเติบโตถึง 15% ประชาชนผู้ซื้อยังเน้นการคุ้มครองชีวิตมากกว่าออมทรัพย์และสุขภาพ แต่ทั้ง 2 ส่วนจะทยอยเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต

ที่มา : อาร์วายทีไนน์


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.