รุมทึ้งประกันภัยสุขภาพ ‘บูพา’ รุกหนัก ซื้อธุรกิจเพิ่มตลาดโตเกิน 20%

มีความเชี่ยวชาญในตลาดประกันภัยสุขภาพอยู่แล้วเชื่อว่าดูแลลูกค้าได้ การเข้าไปมีหลายรูปแบบอาจจะไปซื้อพอร์ตมาเลยหรือเข้าไปเป็นพันธมิตรร่วมกัน

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

รุมทึ้งประกันภัยสุขภาพ ‘บูพา’ รุกหนัก ซื้อธุรกิจเพิ่มตลาดโตเกิน 20% ‘คนชั้นกลาง’ พร้อมจ่ายการแข่งขันในตลาดประกันภัยสุขภาพส่อเค้ารุนแรงมากขึ้นจากปกติดุเดือดอยู่แล้วเมื่อบริษัท บูพาประกันสุขภาพ (ประเทศไทย) จำกัด ค่ายประกันสุขภาพในเครือยักษ์ “บูพา” จากอังกฤษซึ่งมีเบี้ยประกันภัยมากติดกลุ่ม 5 อันดับ หรือ “ท็อปไฟว์” ประกันสุขภาพเมืองไทยแย้มแผนการขยายธุรกิจในเมืองไทยพร้อมซื้อธุรกิจประกันสุขภาพของบริษัทใดก็ได้ที่ต้องการขาย

“เราอยากซื้อธุรกิจประกันภัยสุขภาพของบริษัทประกันภัยอื่น ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยที่ต้องการขายหรือคิดว่าบริหารไม่ได้ อาจจะขาดทุนจนไม่อยากทำธุรกิจต่อหรืออะไรก็ตาม เราสนใจพร้อมเข้าไปติดต่อทันที เพราะต้องการจะขยายประกันสุขภาพในไทย” ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย การตลาด บริษัท บูพาประกันสุขภาพ (ประเทศไทย) กล่าว

ถามว่าระหว่างประกันภัยสุขภาพของประกันชีวิตและประกันวินาศภัยสนใจฝั่งไหนมากกว่ากัน กล่าวว่าประกันวินาศภัยน่าจะง่ายกว่า เนื่องจากประกันภัยสุขภาพเป็นกรมธรรม์หลักสามารถขายเดี่ยวๆ ได้ ไม่เหมือนประกันชีวิตซึ่งต้องขายเป็นสัญญาแนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตอีกที เวลาต่ออายุกรมธรรม์ประกันชีวิตจะมีปัญหา ลูกค้าคงไม่อยากซื้อประกันชีวิตกับบริษัทหนึ่งแล้วมาซื้อประกันภัยสุขภาพกับอีกบริษัทหนึ่ง

“เราไม่ใช่บริษัทใหญ่ ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยคุยกับใคร แต่ถ้ามีใครจะขาย หรือบริหารแล้วกำไรน้อย หรือขาดทุนไม่อยากทำต่อ เราพร้อมจะเข้าไปคุย เรามีความเชี่ยวชาญในตลาดประกันภัยสุขภาพอยู่แล้วเชื่อว่าดูแลลูกค้าได้ การเข้าไปมีหลายรูปแบบอาจจะไปซื้อพอร์ตมาเลยหรือเข้าไปเป็นพันธมิตรร่วมกัน หรือจะส่งงานประกันภัยสุขภาพต่อมาให้เรารับก็ได้ ถามว่าเราเตรียมเม็ดเงินไว้เท่าไหร่ บอกได้แค่ว่าเรามีความพร้อมด้านเงินทุน เรามีศักยภาพซื้อพอร์ตจากคนอื่นได้”

สาเหตุที่ต้องการขยายธุรกิจ เพราะบริษัทแม่ในอังกฤษเพิ่งได้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ เคยบริหารธุรกิจอื่นอยู่ในสิงคโปร์ต้องการขยายฐานธุรกิจประกันภัยสุขภาพในภูมิภาคเอเชียและ ละตินอเมริกา ซึ่งในเอเชียให้น้ำหนักมาที่ไทย ในเอเชียทางซีอีโอมองเห็นแนวโน้มความต้องการทั้งภูมิภาคสูง เนื่องจากประชาชนมีฐานะดีขึ้น มีเงินมากขึ้น ต้องการการดูแลด้านการรักษาพยาบาลที่ดี มีคุณภาพ ไม่ต้องการพึ่งสวัสดิการพื้นฐานที่ภาครัฐจัดหาให้

“ตลาดประกันภัยสุขภาพในเอเชียกำลังโต ตลาดมีแนวโน้มพัฒนาไปในทิศทางนี้ และในไทยมีแนวโน้ม เดียวกัน จีดีพีโตต่อเนื่อง ความต้องการเรื่องสุขภาพมีมากตามไปด้วย ข้อดีในบ้านเราคือโรงพยาบาลเอกชนมีคุณภาพ คนอยากได้รับการรักษาพยาบาลที่ดี ประกันภัยสุขภาพอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่ดี ประเทศไทยประกันภัยสุขภาพคือจุดเริ่มต้นที่ดี มีอนาคตที่ดี”

การแข่งขันในตลาดประกันภัยสุขภาพจะมีมากขึ้น การแข่งขันทำให้ตลาดครึกครื้น ทำให้ตลาดเติบโตได้เร็ว ซึ่งปัจจุบันตลาดใหญ่ของประกันภัยสุขภาพไทยจะเป็นคนระดับกลาง ส่วนของบูพาฐานใหญ่จะเป็นลูกค้าระดับบนมากกว่า ส่วนระดับกลางเพิ่งจะออกสินค้าใหม่มารองรับเมื่อ ปีที่ผ่านมาการได้พอร์ตธุรกิจประกันภัยสุขภาพมา จะทำให้บริษัทขยายตลาดได้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มมากขึ้น ไม่ได้เจาะจงกลุ่มไหนมองคนไทยทั้งประเทศ อย่างบริษัทประกันชีวิตที่เป็นเบอร์ 1 ประกันสุขภาพอยู่ในขณะนี้มีสินค้าบริการลูกค้าทุกกลุ่ม โดยบริษัทจะแข่งขันในเรื่องความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยสุขภาพ เป็น “เฮลธ์แคร์ คัมปะนี” มีโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง มีทีมแพทย์ พยาบาล และพนักงานที่มีความรู้เรื่องสุขภาพ

“ถามว่าผู้บริโภคได้อะไรจากการแข่งขันที่มีมากขึ้น ได้ประโยชน์ตรงที่ความเข้าใจตัวสินค้า และบริการมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเข้าใจมากขึ้นการซื้อประกันภัยสุขภาพจะมากขึ้นไปด้วย เมื่อตลาดใหญ่ขึ้นบวกกับการแข่งขัน จะทำให้มีทางเลือกในเรื่องราคาเบี้ยประกันภัยและบริการได้มากขึ้นเหมือนกับประกันภัยรถยนต์ ที่มีราคาและบริการให้เลือกหลากหลาย”

อย่างบูพากล้าบอกได้ว่าเป็นบริษัทเดียวที่การันตีต่ออายุตลอดชีพ ไม่ว่าจะเคลมสูงขนาดไหนก็จะไม่ปฏิเสธลูกค้าต่ออายุในปีต่อไป ขณะที่ในตลาด หากมีเคลมสูงหรือมีความเสี่ยงมาก เช่นเป็นโรคร้าย จะไม่รับต่ออายุในปีต่อไป เป็นสิทธิ์ของบริษัทเนื่องจากประกันภัยสุขภาพเป็นสัญญาปีต่อปี ขณะที่บริษัทยังรับต่ออายุต่อไป ซึ่งในปีที่ผ่านมาบูพามีเบี้ยประกันภัยรับรวม 1,650 ล้านบาท เติบโต 25% ตั้งเป้าหมายปีนี้ต้องเติบโตมากกว่า 25%

แนวโน้มธุรกิจประกันภัยสุขภาพในเมืองไทย บรรดาผู้บริหารเห็นตรงกันเป็นตลาดที่มีอนาคตไกล โดยนายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ปีนี้เบี้ยประกันภัยสุขภาพในส่วนของประกันวินาศภัย น่าจะเติบโตประมาณ 20-30% เนื่องจากฐานต่ำแต่ถ้าคิดเป็นเม็ดเงินไม่มากเหมือนประกันภัยรถยนต์ หรือประกันอัคคีภัยซึ่งฐานใหญ่กว่ามากจะมีการเจาะลูกค้าระดับกลางถึงระดับบนมากขึ้นเพราะกลุ่มนี้เป็นตลาดที่ใหญ่มาก เพราะเมื่อเศรษฐกิจขยายตัว รายได้ต่อคนจะเพิ่มขึ้น จะมองถึงความมั่นคงในชีวิตซึ่งประกันชีวิตตอบโจทย์ได้ ส่วนตลาดล่างหรือรากหญ้ามีสวัสดิการพื้นฐานที่รัฐบาลจัดหาให้อยู่แล้ว อาทิ 30 บาท ประกันสังคมอยู่ ซึ่งบริษัทประกันภัยไม่สามารถเข้าไปแข่งขัน นำเสนอเบี้ยประกันภัยที่ถูกมากระดับนี้ได้ เทียบกับคนชั้นกลางที่ต้องการบริการมากขึ้น ต้องการซื้อประกันภัยสุขภาพกับบริษัทประกันภัย เพื่อให้ได้การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ

หากแบ่งฐานลูกค้าประกันภัยสุขภาพ ถ้าเป็นตลาดล่างรัฐบาลดูแลระดับล่างถึงระดับกลางซึ่งจะซื้อกับบริษัทประกันภัย ธุรกิจประกันวินาศภัยยังมีช่องที่จะเข้าไปเจาะแข่งกับประกันชีวิตได้มีความได้เปรียบตรงนำเสนอค่าเบี้ยได้ถูกกว่า เทียบกับประกันชีวิตซึ่งต้องเสนอขายประกันภัยสุขภาพควบไปกับประกันชีวิตทำให้ค่าเบี้ยสูงกว่ามาก ขณะที่ตลาดบนซึ่งต้องการความมั่นคงที่สูงขึ้นจะเป็นของประกันชีวิตเป็นหลักอย่างไรก็ดี แม้ขณะนี้บริษัทประกันภัยเกือบทุกแห่งจะหันมาขยายประกันภัยสุขภาพหมด เพราะมองเห็นถึงโอกาสเติบโต แต่ระยะแรกนี้ประกันภัยสุขภาพยังไม่ได้เป็นสินค้าที่บริษัทประกันภัยจะทำกำไรได้ เนื่องจากขนาดของธุรกิจยังไม่เพียงพอ ประกันภัยจะดีต้องมีขนาดใหญ่พอถึงจะกระจายภัยได้ดี คาดว่าอีก 5-10 ปีถึงจะเป็นธุรกิจทำกำไรได้ดี ในปี 2554 ธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันภัยสุขภาพ 5,079 ล้านบาท เติบโต 21%

สำหรับธุรกิจประกันชีวิต การประกันภัยสุขภาพอยู่ในรูปของสัญญาเพิ่มเติม (ไรเดอร์) โดยเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่กว่า 80% อยู่ในมือ 5 บริษัทประกันชีวิตที่เรียกว่า “กลุ่ม 5 เสือ” ได้แก่ เบอร์หนึ่งในธุรกิจประกันชีวิต คือ เอไอเอ ประเทศไทย, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด, บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต (เอเอซีพี), บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด และบมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ตามลำดับ

ในปี 2554 จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พบว่าธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยสุขภาพ ในส่วนของสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพของกรมธรรม์ประเภทสามัญและประเภทกลุ่ม ทั้งสิ้น 32,700.840 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 11% โดยอยู่ในมือ 5 บริษัทประกันชีวิตดังกล่าวถึง 28,480.547 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 87% ของเบี้ยประกันภัยสุขภาพทั้งหมด

กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ให้ความเห็นว่า การประกันภัยสุขภาพได้รับการตอบรับจากคนไทยอย่างดี ส่วนรูปแบบสินค้าขึ้นกับความต้องการของลูกค้าว่าจะต้องการความคุ้มครองแบบใด

“ตลาดเพื่อสุขภาพเติบโตต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยในส่วนของการประกันภัยสุขภาพเติบโตมาโดยตลอด เพียงแต่ตอนนี้เป็นที่สนใจมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการประกันภัยสุขภาพของประกันชีวิต อยู่ในรูปของสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรง บริษัทประกันชีวิตต่างก็ออกสินค้าใหม่ๆ ประเภทนี้ออกมามากขึ้น โดยรูปแบบขึ้นกับแต่ละบริษัทจะดีไซน์ ทั้งในรูปของสัญญาเพิ่มเติมเพียวๆ หรือจะเป็นประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) บวกสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้ประกันภัยสุขภาพปีนี้ยิ่งเติบโตมากขึ้น”

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

ประกันภัยรถยนต์ ง่าย สะดวก ราคาพิเศษคลิกเลย !! ประกันภัยรถยนต์
ออกแบบเว็บไซต์ โดย Smart-Run Co., Ltd.